แก๊งมัธยม ขี้นินทา

 

 

สวัสดีนะครับ เป็นอย่างไรบ้างน้องๆ ไม่เจอกันเดือนนึง ผ่านไปไวจังเนอะ แปปๆเดือนนึงแระ เหมือนกับว่าเรายังคุยเรื่องบ้าๆบอๆกันอยู่เมื่อไม่นานนี้เลย หันมามองอีกที อ่า ผ่านไปเทอมนึงแระ ไรฟะ

 

ชีวิตมันก็งงๆแบบนี้แหละครับ ช่วงที่อยากให้เวลามันผ่านไปแบบช้าๆที่สุดเท่าที่จะทำได้ แหมมม มันก็ผ่านไปเร็วเหลือเกิน ส่วนช่วงเวลาแบบที่ทุกข์ทรมานนั้น ฟ้าก็ช่างกลั่นแกล้งให้เรารู้สึกกับมันได้นานแบบผิดปรกติเสียด้วย ก็จงเรียนรู้ไว้แหละครับ ยังไงซะ มันก็จะเป็นแบบนี้ไปตลอดแหละ  จงชินกับมันให้ได้ไวๆนะครับ  เหอๆๆๆ

 

ฉบับนี้พี่จะมาพูดถึงเรื่องทีสังคมเราชอบกันและจะเป็นกันมากขึ้นๆ เมื่อยิ่งโตขึ้นด้วย ถ้าเล่าไปคิดว่าน้องๆหลายๆคน น่าจะคุ้นเคย น่าจะเคยสัมผัสมันมาบ้างไม่มากก็น้อย แฮ่ ๆๆ ฉบับนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง แก๊งมัธยม ขี้นินทาครับ เรื่องนินทาเนี่ย เป็นเรื่องที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างช้านานครับ เรียกง่ายๆ มันเป็นเรื่องที่มีไปทั่วทุกชุมชน ทุกตรอกทุกซอย เอาง่ายๆ มันเหมือนกับว่า เป็นเรื่องเด่นเย็นนี้ของแต่ละหมู่บ้านเลยก็ได้ การนินทา มันเริ่มมาจากการถูกพูดถึงก่อนครับ ถ้าน้องเป็นเด็กน่ารักนิดนึง คนก็จะพูดถึงบ่อยหน่อย แต่ถ้าน้องเป็นเด็กไม่น่ารักเลย ก็ยิ่งจะถูกพูดถึงบ่อยครับ  อ้าว งั้นกูมีโอกาสเลือกอะไรได้บ้างไหมเนี่ย  บอกเลยน้องเอ๋ยยยย  ไม่มี 555 ทุกคนมีโอกาสโดนนินทาเท่าๆกัน อย่างที่บอก มันเริ่มจากการถูกพูดถึงตอนที่เราไม่อยู่ก่อน  เริ่มจากการพูดขำๆ พูดกระแนะกระแหน พูดให้คิดถึง หรือจริงๆแม่งอาจไม่คิดถึงเราหรอก แต่มันแกล้งคิดถึง อันนี้หนักเลยนะ การเสแสร้งเนี่ย คือเมื่อก่อนพี่จะคิดว่า การนินทาว่าร้าย มันคงจะโดนกับตัวสักวัน แต่ก็คงจะเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่แหละมั้ง  ปรากฏว่า ไม่อ่ะ  ไม่ใช่ ไม่จริงเลย  คนเราเรื่องบางอย่างไม่ต้องถูกฝึกฝนก็ได้ แม่งเริ่มกันได้เลย  ตอนมัธยม พี่เป็นคนผอมมากๆ ก็ไม่รู้ทำไมผอมนะ มันผอมเอง นั่นแหละ ก็เริ่มมีคนคิดถึง เริ่มพูดถึง 555+ พูดว่า ท่าทางไอ้เนี่ยมันจะติดยานะ ดูมันตัวดำๆลง ดูผอมไปเลย หน้าตอบเชียว ซีดเซียวมากๆ นี่ๆแกสังเกตสิ แม่งตัวเป็นตะปุ่มตะป่ำด้วยนะ  คือ มันจะเริ่มร้ายแรงและเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ แบบไม่น่าเชื่ออ่ะ ก็แค่เราเป็นวัยรุ่นอ่ะ ฮอโมนเปลี่ยนแปลง สูงขึ้น สิวขึ้น เราสกปรก เพราะเราเล่นกีฬา ก็แค่นั้นเองนี่หว่า  ปากต่อปากออกไปเรื่อยๆนี่มันน่ากลัวมากเลยนะ  แต่โชคดีที่พี่มีวิธีจัดการกับคำพูดแบบนั้นได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปปรึกษาใครด้วยนะ  นั่นก็คือ เฉย กับทุกคำพูดของผู้คน และก็เติบโตไปให้มันได้เห็นกันไปเอง  ก็นับว่าตัวเองในตอนนั้นเป็นคนที่ไม่อ่อนไหว อ่อนต่อโลกนะ  คือ บางอย่างเราต้องตั้งมั่นและหยัดยืนอ่ะ  ไม่ใช่บอกเห้ยย มันติดยาๆ อ่า เคๆ งั้นกูติดจริงๆก็ได้ ไม่ใช่นะ มันต้องเป็นตัวเราสิ แสดงสิ่งที่เราเป็นออกไป แสดงมันต่อไป  แล้วตอนเรียนมหาลัยอีกที ตอนนั้นพี่ป่วยหนักเว่ย ไปเที่ยวป่ามา กลับมาเป็นไข้เลือดออก นน.ลดลงไปเกือบ 10 โล ตอนนั้นเอง ที่พี่โดนเพื่อนในกลุ่มพี่คนนึงพูดแบบขำๆว่า พี่เป็นเอดส์ .. แล้วมันก็พูดกันไปเรื่อยๆเลยนะ กลายเป็นทุกคนมองเราแปลกๆ อ่ะ  จนพี่ก็รู้สึกขึ้นมาว่า เห้ย นี่กูเป็นเอดส์ป่าววะ  คิดดูดิ สุดท้ายต้องไปเจาะเลือดตรวจผลเลือดถึง 3 ครั้ง ทั้งๆที่เอาจริงๆ พี่ไม่ใช่คนที่เพลย์บอย หรือมั่วอะไรเลยนะ  อ้าวววว  น้องบอกว่า ไหนมึงบอกว่ามึงหยัดยืนไง  ใช่ พี่หยัดยืน แต่บางเรื่องคนบางคนมันกดดันไง เราต้องพิสูจน์ นับว่าเป็นหนึ่งเรื่องการโดนนินทาว่าร้ายที่แรงที่สุดในชีวิตพี่เรื่องนึงเลย

 

เด็กสมัยนี้ ดูแข็งแรงนะ แต่ก็อ่อนแอ มีปัญหาอะไรนิดหน่อย ก็มาแสดงความรู้สึกต่อโลกใบนี้ เช่นตั้งเตตัสตอบโต้ออกไป หรือไม่ก็ตั้งกระทู้ในพันทิปปรึกษาคนนั้นคนนี้ ซึ่งจริงๆแล้วไอ้คนพวกนั้น มันก็ไม่ได้ดีไปกว่าเราหรอก ใครก็ไม่รู้ ที่น้องไปถามอ่ะ แล้วไปแคร์คำพูดมันด้วย ซึ่งนั่นมันไม่ถูกเลยนะ สำหรับพี่อ่ะ เด็กในวัยมัธยม ก็ยังนินทากันแบบไม่รุนแรงมากนักหรอก แต่ยิ่งโตจะยิ่งรุนแรง จำไว้ว่าคนที่นินทาเรานั้น มักจะอยากให้เราอยู่ในจุดที่ต่ำกว่าคนที่นินทา อยากให้เราหม่นหมอง เสียใจ คนมีการศึกษาก็นินทาได้ คนบ้านรวยก็นินทาได้ แต่ข้อดีของเด็กที่นินทากันก็คือ เราเคลียร์กันได้ อาจจะเรียกมาคุยกันเลย ไม่ก็เลิกคบกันไป สบายใจกว่า ถ้าไม่มีมึง อะไรทำนองนี้ แต่ในสังคมวัยผู้ใหญ่แล้วนั้น มันน่ากลัวกว่านั้นมาก มันเยือกเย็นและแยบยลกว่า คนที่เกลียดเราที่สุด อาจเป็นคนที่เราเจอบ่อยที่สุด คุยกันบ่อยที่สุดก็ได้ และมันไม่สามารถที่จะเคลียร์ได้ด้วย เพราะมันเหมือนเราทะเลาะกับผีอ่ะ  จับตัวไม่ได้ พี่เลยคิดว่า การนินทาในวัยมัธยมนั้น ยังมีโอกาสจบได้สวยมากกว่า แต่ก็นั่นแหละ การมีอะไรในใจแล้วบอกไปตรงๆ ผมว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดนะ  ถ้ายังเป็นเพื่อนกัน ยังอยู่ในวัยที่เล่นกันได้ ด่ากันได้ แค่พูดตรงๆใส่กันอีกสักอย่าง ทำไมน้องจะทำไม่ได้วะ อย่าให้นิสัยการนินทาว่าร้ายใส่ไฟผู้อื่น มันติดกับตัวเราไปเรื่อยๆ โดยที่เราก็ไม่รู้ตัวเลย  มันอันตราย แล้วมันจะทำให้เรากลายเป็นคนที่จมดิ่งลงไปอยู่กับการเกลียดชังโดยไม่รู้ตัวนะ เคยเห็นคนที่มีความสุขตลอดแม้โดนเกลียดชังป่ะ  นั่นแหละ เพราะเขารู้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด และมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นไง  อย่างน้อยนิสัยตรงนี้ มันอาจไม่ช่วยให้น้องโดนนินทานะ แต่มันทำให้น้องอยู่กับทุกความรู้สึกที่จะต้องเจอต่อไปได้ในอนาคต  แม้เรื่องนั้นมันจะร้ายแรงแค่ไหนนะ


สวัสดี.....

 

Credit : บทความ จากนิตยสาร สยาม เอ็ดตะโร ฉบับที่ 10 [ www.siamedtaro.com ]

 

 

 

แชร์ เรื่องเอ็ดตะโร

บทความ เอ็ดตะโร ล่าสุด

โคตรหยำ 10 อันดับตัวละครสุดอ่อนในโลกอนิเมะจากใจแฟนๆ ชาวญี่ปุ่น

3 คะแนนสอบพื้นฐาน จะสมัคร TCAS ต้องใช้

9 เทคนิคการเดาข้อสอบ ขั้นเทพ

Portfolio 10 หน้า มีอะไรบ้างมาดูกัน

 

 

 

 

 

สนับสนุนโดย

นิตยสารเผือกวงการศึกษาประเทศไทย

804 ซอยเพชรเกษม 88 แขวงบางแคเหนือ
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160

Email : siamedtaro@gmail.com
Phone : 08-5151-0100

Design By Webunique

แบบฟอร์มติดต่อเรา