เรื่องเล่า ณ ‘เขาชนไก่’

 

เป็นเรื่องเล่า เรื่องจริง เรื่องที่เกิดขึ้น  ‘เขาชนไก่’ 

 

 

 

สถานที่ซึ่งเหล่านักศึกษาวิชาทหารจะต้องได้ไปเยือน อย่างน้อยที่สุดหนึ่งครั้ง และมักจะมีเรื่องที่เล่าต่อๆกันมาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป้นเรื่องความโหดของ ครูฝึก (หนึ่งในนั้น คือ จ่านรก) เรื่องความทรหดของการฝึก สถานที่ฝึกและที่นอน รวมไปถึง เรื่องลี้ลับ !!

 

ซึ่งดูเหมือนเรื่องสุดท้าย เราจะให้ความสำคัญกับมันมากที่สุด เรื่องผีที่ถูกนำมาเล่าหลอนประสาทและกรัดกร่อนปอดของบรรดานักศึกษาวิชาทหารให้แหก คือ 

 

 

เด็กจุก และ ยายขายกล้วยแขก”          

 

 

เรื่องมีอยู่ว่า คืนวันที่ 3 ... นักศึกษาวิชาทหารทุกคนจะต้องปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนยามค่ำคืน เพื่อฝึกทักษะต่างๆ โดยครูฝึกจะจัดเหตุการณ์จำลอง ให้นักศึกษาได้จดจำรายละเอียด และนำรายงานต่างๆกลับมาบอกที่ฐานบัญชาการให้ถูกต้องครบถ้วน  ก่อนออกเดินลาดตระเวน ครูฝึกย้ำเป็นรอบที่ 108 กับพวกเราว่า 

 


นักศึกษาวิชาทหารทุกคน หากเจอเด็กมัดจุกกับยายแก่ๆมาขายกล้วยแขกข้างทาง อย่าทักเป็นอันขาด

 

 

ชั่วโมงนั้นผมคิดในใจแหงล่ะใครจะกล้าทัก กลางป่ากลางดง เด็กกับคนแก่มาเดินขายกล้วยแขกนี่มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติแล้วล่ะโชคดีที่คืนนั้นการลาดตระเวนผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีใครถูกหวย เจอเด็กจุกกับยายขายกล้วยแขก ทว่าคืนวันที่ 4 ก่อนการฝึกบนเขาจะสิ้นสุด เราเจอเหตุการณ์แปลกๆทั้งกองร้อย วันนั้นเราทั้งหมดต้องปฏิบัติภารกิจ ฝึกการ ถอยในเวลากลางคืน ทุกคนจะต้องอยู่ประจำในหลุมบังเกอร์ของตัวเอง  ซึ่งบรรยากาศโดยรอบค่อยๆมืดลงอย่างรวดเร็ว เพราะยังเป็นช่วงเดือนมกราคมอยู่  ยิ่งมืดก็ยิ่งตื่นเต้น แม้จะมีเพื่อนๆในหมวดเดียวกัน 5 คนรอบข้าง แต่ก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้

 

 

ระหว่างรอ ผมแอบเห็นนักศึกษาวิชาทหารคนหนึ่ง เดินออกจากหลุมหลบภัยไปใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากที่เราอยู่ และทำการวางกับระเบิด (หมายถึงการปลดทุกข์) ไม่นานหลังจากนั้น ครูฝึกส่งสัญญาณให้ถอย ทุกคนก็รีบออกจากบริเวณนั้นทันที ส่วนคนที่กำลังวางกับระเบิดก็รีบกุลีกุลจอวิ่งกลับเข้ากลุ่มอย่างเร็ว  จนกระทั่งก่อนจะลงเขา ครูฝึกเดินตรวจเช็ค จำนวนนักศึกษาและปืน นักศึกษาครบแต่ปืนหายไปหนึ่งกระบอก แน่นอนว่านักศึกษาผู้วางกับระเบิดลืมปืนทิ้งไว้ที่ใต้ต้นไม้  ครูฝึกเลยสั่งให้เขาไปเอาปืนโดยมีครูฝึกอีกคนเดินไปด้วย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่าต้นไม้และกองระเบิดที่วางไว้ยังอยู่ แต่ปืนหาย!!

 

 

หายไปไหน ? นั่นน่ะสิ ?

 

 

เขายืนยัน ว่าวางปืนไว้ตรงนี้แน่ๆ แต่ปืนมันหายไปไหน ? การหายไปของปืน 1 กระบอกทำให้ครูฝึกวุ่นวาย กับการค้นหา หนึ่งในครูฝึกสั่งให้เปิดไฟรถของทหารทุกคันที่อยู่ บริเวณนั้นและให้ทุกคนเดินปูพรมหาปืน 1 กระบอก

 

ระหว่างนั้นผมกวาดตามองไปบริเวณทุ่งไกลๆ ซึ่งมืดมาก มองเห็นได้ลางๆเพราะแสงจันทร์  ไฟจากรถไม่ได้ส่องไปทางนั้น ผมคิดว่าผมไม่ได้ตาฝาด ที่เห็นคนเดินอยู่ไกลๆในทุ่ง ลางๆเป็นรูปร่างคนแก่และเด็กเดินอยู่ ผมก็นึกในใจว่าใช่แน่ๆ สิ่งที่คนเล่าต่อๆกันมา  ผมได้แต่เงียบไม่พูดอะไรรีบละสายตา มามองดูเส้นทางที่ค้นหาปืนเหมือนเดิม  เวลาผ่านไปนานมาก หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ   

 

 

สุดท้ายครูฝึกเลยจุดธูปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนักศึกษาคนต้นเรื่องก็ทำด้วย และการค้นหาเริ่มขึ้นอีกครั้ง  ครั้งนี้ปรากฏว่าเจอปืนวางพาดไว้ใต้ต้นไม้ต้นเดิม !!

 

 

ผมไม่กล้าคิดเอง ว่าสิ่งที่ผมเห็น คืออะไร และมันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรามองไม่เห็นปืนกระบอกนั้นหรือไม่ คงได้เเต่เก็บไว้ และบอกต่อๆถึงรุ่นน้อง ในการไปอยู่บนป่าเขาให้ระวัง และเคารพในสถานที่ รวมไปถึงเรื่องเล่าของ

 

 

เด็กจุก และ ยายขายกล้วยแขก”          

แชร์ เรื่องเอ็ดตะโร

บทความ เอ็ดตะโร ล่าสุด

อาถรรพ์ ศุกร์ 13 ... วันแห่งความโชคร้าย

คำถามต่างๆ เกี่ยวกับ กิจกรรมการติว DTAC Presents STEW WARS EP.7

เป็นกระเทย ที่แอบชอบ เพื่อนสนิท

7 วิธี ลองทำตาม รับรองเรียนเก่งแน่นอน

 

 

 

สนับสนุนโดย

สยาม เอ็ดตะโร

804 ซอยเพชรเกษม 88 แขวงบางแคเหนือ
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160

Email : siamedtaro@gmail.com
Phone : 08-5151-0100

Design By Webunique

แบบฟอร์มติดต่อเรา