เขาว่าฝน มันทำให้คน (โสด ) เหงา

 

 

 

ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่หน้าฝนกันแล้วนะคะทุกคน ฝนตกหนักได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆ แถมนักเรียนเมืองกรุงยังต้องมาเจอน้ำท่วมกันอีก จะไปเรียนก็ลำบากสุดๆ เลย อย่างเราเอง ก็เกือบไปสอบใหญ่สายเพราะเจอรถติดจากน้ำท่วมนี่แหละค่ะ เกือบแย่แน่ะ ไหนใครรู้สึกไม่ค่อยโอเคกับหน้าฝนกันบ้างไหม ยกมือขึ้น เพราะเราคือเพื่อนกัน ฮ่าๆๆ ส่วนตัวเราเกลียดหน้าฝนสุดๆ เลยค่ะ จะให้ยังไงก็ไม่ชอบ เรามองว่าข้อดีมีแค่อย่างเดียวคือทำให้นอนได้สบายจนไม่อยากลุกแค่นั้น แต่ข้อเสียน่ะมีตั้งเยอะแยะ ทั้งอบอ้าว ทั้งเปียกปอนไปหมดเลย นอกจากนั้นนะ เคยได้ยินคำกล่าวหนึ่งจากเพลงดังกันไหมคะ ที่ว่าเขาว่าฝนมันทำให้คนเหงาอันนี้เราว่าจริงและสำหรับเราก็เป็นอีกหนึ่งข้อเสียของหน้าฝนค่ะ


 

 

วัยมัธยมเป็นวัยที่ฮอร์โมนเริ่มหลั่ง เริ่มมีความสนใจในเพศตรงข้าม เพราะงั้นพวกเราเลยจะเห็นหนุ่มๆ สาวๆ มัธยมเพื่อนเรามีแฟนกันเต็มไปหมด แต่ก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งค่ะที่ครองโสดอยู่ได้อย่างไม่เคยเสื่อมคลาย (ฮ่าๆ) และตัวเราผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นแหละ ถามว่าปกติเหงาไหมก็เหงาอยู่แล้วนะ เห็นเพื่อนๆ หนีไปมีแฟนกันทีละคนเนี่ย ไม่ให้เหงาได้ยังไงล่ะ อารมณ์แบบว่า เห็นเขาควงแขนกันก็อยากควงใครสักคนบ้าง เวลาหนาวๆ ก็อยากมีใครให้กอด เวลาไม่สบายใจก็อยากมีใครคอยฟังเราระบาย อยากมีใครมาบอกรักเราทุกวัน แทนชื่อเรียกกันน่ารักๆ ให้กระชุ่มกระชวยหัวใจอะไรอย่างนี้ แล้วยิ่งช่วงนี้ บรรยากาศฝนพรำฟ้าครึ้ม ยิ่งเป็นใจให้เหงาเข้าไปใหญ่เลยอะ เราเชื่อว่าเพื่อนๆ ชาวโสดก็คงจะเคยรู้สึกแบบเราบ้างในบางครั้ง ใช่ไหมคะ

 

 


ถึงฝนจะมีส่วนทำให้เหงาก็เถอะ แต่จะโทษมันอย่างเดียวก็ไม่ได้ถูกไหมล่ะ อันที่จริงความเหงา ความเดียวดายนี้มันก็เกิดจากจิตใจที่ไม่แข็งแกร่งพอของพวกเราเองด้วย เพราะงั้นถ้าจะแก้ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุค่ะ จะขจัดความเหงาก็ต้องเริ่มจากปรับสภาพจิตใจนี่แหละ


 

อย่างแรก เราต้องรู้หน้าที่ตัวเองก่อนค่ะ ต้องเข้าใจว่าพ่อแม่ส่งมาเรียนนะ ไม่ได้ส่งมามีแฟน คือถามว่ามีได้ไหมมันก็ได้แหละ ไม่ผิดอะไร เพียงแต่ให้มองการมีแฟน มีคนข้างกายเป็นเพียงของแถมระหว่างทางเดินของชีวิตเท่านั้นก็พอแล้ว เป้าหมายหลักของพวกเราเด็กมัธยมตอนนี้คือเรียนต่างหาก จริงไหม เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดว่าการมีแฟนมันจำเป็นขนาดนั้น ถ้าเราไม่รู้สึกนี้ดแฟนมากๆ ก็จะไม่รู้สึกเหงาเสียจนเกินไปเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว


 

อย่างที่สองเลย เราต้องเป็น strong independent man/woman คือชายหญิงที่แกร่งและพึ่งพาตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาช่วย หัดทำอะไรด้วยตัวเองและกับตัวเองเยอะๆ จนชิน ถึงจุดหนึ่งเราจะรู้สึกเองว่าเอ้อ อยู่คนเดียวก็อยู่ได้นี่หว่า ไม่ตาย จงเรียนรู้ที่จะสตรองอย่างเมนเทอร์ลูกเกดสอนไว้ค่ะ 

 


อย่างที่สาม คือ ลองหางานอดิเรกหรืออะไรสนุกๆ ทำ เช่น เขียนนิยาย ทำอาหาร เล่นดนตรี หรืออะไรก็ว่าไป หาความสุขจากการอยู่คนเดียวให้ได้ พอรู้สึกสนุก รู้สึกมีความสุข รู้สึกรักในสิ่งที่ได้ทำแล้ว ความรู้สึกเหงาก็จะถูกกลบเกลื่อนไปค่ะอารมณ์ก็พลอยดีตามไปด้วย ไม่ต้องมานั่งหงอยเหงาเศร้าซึม


 

อย่างที่สี่ ให้รู้สึกดีกับการเป็นโสดเข้าไว้ค่ะ รู้สึกดีออกมาจากข้างในเลยนะ ลองลิสต์ข้อดีมาดูเลยก็ได้ แล้วจะรู้ว่ามีเยอะมากกก อย่างเช่น เราอยากนอนก็นอนได้เลย ไม่ต้องถ่างตามาคุยกับแฟนทั้งที่ง่วง เราตามใจตัวเองได้ตลอด อยากทำอะไรก็ได้ทำ เพราะไม่มีแฟนให้ต้องตามใจ เป็นต้น อันนี้แค่ยกตัวอย่างนะคะ ลองกลับไปคิดกันดูแล้วจะรู้ว่าเป็นโสดก็ดีไปอีกแบบจริงๆ ดีมากด้วย ถ้าเริ่มรู้สึกโอเคกับการอยู่คนเดียวโสดๆ ได้แล้วเนี่ย ความเหงาก็มักจะหายไปด้วยค่ะ

 

 


สุดท้ายนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าแค่ไม่มีแฟนคืออยู่คนเดียวบนโลกค่ะ อย่าลืมสิจ๊ะว่าเรามีพ่อ มีแม่ มีพี่น้อง มีเพื่อนๆ มีทุกคนที่รักเราอีกตั้งมากมาย และพร้อมจะอยู่ข้างเราเวลาเราเหงา เราสามารถไปสนุกกับพวกเขาได้เช่นกัน และพวกเขาก็สามารถทำให้เราได้ทุกอย่างเหมือนที่แฟนจะทำให้ได้เลย ลองเห็นค่าในตัวคนรอบกายให้มากขึ้นดูค่ะ แล้วจะรู้ว่ามีพวกเขาอยู่ มันไม่เหงาอย่างที่คิดหรอก

 

 

 


 

 

หน้าฝนเป็นเรื่องธรรมชาติที่ผ่านมาแล้วผ่านไป จะน้ำท่วมหนักแค่ไหนสุดท้ายก็ย่อมเหือดแห้งหายไปได้เสมอ จะฝนตกหนักแค่ไหนก็ย่อมมีฟ้าหลังฝนที่สวยงามเสมอ ความเหงาก็เช่นกัน ถึงแม้ในบางครั้งจะรู้สึกเดียวดายโลนลี่สุดๆ เหมือนไม่มีใครอยู่ข้างเราเลย แต่สุดท้ายเชื่อไหมคะ ว่าหากเราเปลี่ยนความคิดทัศนคติใหม่ อย่างที่ได้แนะนำไปแล้วข้างต้น เดี๋ยวความเหงาก็จะหายไปค่ะ 


สิ่งสำคัญคือรักตัวเองให้มากๆ เท่านั้นแหละ ไม่ใช่ว่าเหงาแล้วจู่ๆ จะไปคว้าใครมาเป็นแฟนก็ได้เพื่อแก้เหงานะ แบบนั้นมันไม่ดีทั้งกับตัวเราและกับแฟนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ถ้าเหงามากนัก รู้สึกว่าไม่มีใครรัก ก็หันกลับมารักตัวเองดีกว่า ให้จำเอาไว้นะคะ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ยังมีตัวคุณนั่นแหละที่จะอยู่ข้างๆ คุณแบบนี้ตลอดไป จะไม่หนีคุณไปไหนแน่นอนค่ะ 


 

อย่าลืมเด็ดขาดนะ โฟกัสเรื่องเรียนก่อน สตรองเหมือนพี่ลูกเกด หางานอดิเรกทำ รู้สึกดีกับการเป็นโสด อย่าลืมว่ามีครอบครัวและเพื่อนๆ แล้วก็รักตัวเองให้มากๆ เรามาพยายามผ่านความเหงาไปด้วยกันนะคะ!

 

 

 

 


บทความจากนิตยสาร สยาม เอ็ดตะโร ฉบับที่ 14 ( www.siamedtaro.com )


แชร์ เรื่องเอ็ดตะโร

บทความ เอ็ดตะโร ล่าสุด

โคตรหยำ 10 อันดับตัวละครสุดอ่อนในโลกอนิเมะจากใจแฟนๆ ชาวญี่ปุ่น

3 คะแนนสอบพื้นฐาน จะสมัคร TCAS ต้องใช้

9 เทคนิคการเดาข้อสอบ ขั้นเทพ

Portfolio 10 หน้า มีอะไรบ้างมาดูกัน

 

 

 

 

 

สนับสนุนโดย

นิตยสารเผือกวงการศึกษาประเทศไทย

804 ซอยเพชรเกษม 88 แขวงบางแคเหนือ
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160

Email : siamedtaro@gmail.com
Phone : 08-5151-0100

Design By Webunique

แบบฟอร์มติดต่อเรา