วิญญาณที่ห้องพยาบาล

 

สวัสดีค่ะ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องของหนูที่เจอมากับตัวเองเลยค่ะ 

หนูชื่อ บี นะคะ เรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ...

 


 

โรงเรียนของบี จะเป็นโรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง เพราะฉะนั้นการเดินทางไปกลับโรงเรียนนี่จะลำบากหน่อย ถ้าใครที่ไม่ได้นั่งรถโรงเรียนประจำ ก็ต้องให้พ่อแม่ไปรับไปส่ง ถ้าจะขับรถขับมอเตอร์ไซด์มาเอง นี่ยากเลยค่ะ  เป็นกฎของทางโรงเรียนที่ห้ามไม่ให้นักเรียนขับรถ ตัวบีเอง พ่อจะขับรถไปรับไปส่งทุกวัน เช่นเดียวกับแนนเพื่อนของบีที่มีแม่ขับรถไปรับไปส่งเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราทั้งคู่จะเป็นเพื่อนซี้ยามเย็นกัน เพราะต้องรอพ่อๆแม่ๆเลิกงานถึงจะมารับพวกเราได้ พวกเราจึงมักจะหากิจกรรมยามเย็นทำกัน ไม่หาของกิน ทำการบ้าน ก็จะตีแบด เย็นวันหนึ่งพวกเราตีแบดกันอยู่บริเวณลานกว้างหน้าอาคารเรียน แล้วเราบังเอิญตีแรงจนเกินไป ทำให้ลูกแบดขึ้นไปตกอยู่บนอาคารเรียนชั้นสอง พวกเราจึงต้องชวนกันขึ้นไปเก็บลูกแบด ที่ไม่กล้าไปคนเดียวเพราะว่าบนอาคารเรียนนั้นเงียบมาก เวลาตอนนั้นประมาณ 5 โมงเย็น และไม่มีใครอยู่บนอาคารเรียนแล้ว

 

 

 


 

 

พวกเราเดินผ่านห้องเรียนวิทยาศาสตร์ไปจนถึงห้องพยาบาลซึ่งอยู่ติดกัน ซึ่งลูกแบดนั้นตกลงที่หน้าห้องพยาบาลพอดี พวกเรารีบเก็บลูกแบดและรีบเดินลงจากอาคารเรียน ทันใดนั้น มีเสียงดัง เอี้ยด ดด และประตูห้องพยาบาลค่อยๆเปิดออก ทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่และไม่มีลมพัด พวกเราตกใจและรีบวิ่งลงจากอาคารเรียนอย่างรวดเร็ว พอถึงข้างล่างพวกเราก็คุยกันถึงเรื่องประตูที่เปิดออก แต่ก็คิดกันว่าคงไม่มีอะไรมั้ง ทั้งที่ในใจแอบกลัว และคิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ แต่พวกเราก็ยังตีแบดกันต่อไปเรื่อยๆจนเวลาใกล้ๆจะหกโมง ฟ้าเริ่มสลัว ผู้คนเริ่มออกจากโรงเรียนไป พ่อๆแม่ๆของพวกเราก็คงใกล้ๆจะมาถึง แต่บังเอิญหรือดวงซวยไม่รู้ลมพัดมาแรงและลูกแบดของพวกเราก็ปลิวขึ้นไปบนอาคารเรียน

 

 

พวกเรายืนนิ่งกันทั้งคู่ ....

 


ก่อนที่พวกเราจะโวยวายกันว่า อะไร ทำไมต้องปลิวขึ้นไปอีกแล้ว แต่ก็ได้แต่โวยวาย พวกเราคงต้องรวมความกล้าชวนกันเดินขึ้นไปเก็บลูกแบด 

 

 


ไม่รู้ทำไม โรงเรียนในตอนนี้ มันเงียบกว่าทุกครั้ง

มันเย็น มันสลัว มันชวนขนลุกแบบบอกไม่ถูก

 


พวกเรารีบเดินขึ้นไปเก็บลูกแบด ซึ่งมันตกมาอยู่หน้าห้องพยาบาลเช่นเคย แต่ที่มันชวนให้เราต้องร้องโอยตรงที่มันดันไปตกลงตรงหน้าประตูที่มันเปิดออกพอดี แต่ก็เอาไงเอากัน ตัวหนูเองทำใจฮึดและเดินแซงหน้าแนน เข้าไปเก็บลูกแบด ขณะที่กำลังเดินไป แนนหยุดชะงัก ไม่รู้เพราะอะไร หนูก้มเก็บลูกแบดแต่สายตาดันแอบสงสัยและมองเข้าไปในห้องพยาบาล สิ่งที่เห็นคือ เด็กผู้หญิงผมยาวนั่งก้มหน้าอยู่บนเตียงคนไข้ ขนในตัวหนูลุกทั้งตัวและรีบลุกวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่แนนนี่สิยืนนิ่งน้ำตาร่วง หนูต้องรีบดึงแขนแนนลงอาคารเรียนไป เราหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งออกไปตรงบริเวณสนามบาส เมื่อถึงสนามบาสพวกเรามองไปทางห้องพยาบาล ประตูยังคงเปิดอยู่ แต่ก็อดคิดไม่ได้เลยว่าพวกเราจะเห็นอะไรอีก จึงรีบหันหนีและเดินไปรอพ่อแม่ของพวกเราที่หน้ารั้วโรงเรียนที่มีลุงยามนั่งอยู่เป็นเพื่อน หนูคุยกับแนนว่าเป็นยังไงบ้าง แนนบอกว่า แนนเห็นเด็กผู้หญิงนั่งอยู่บนเตียง แต่ที่ทำให้แนนร้องไห้คือ เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองแนนด้วยสายตาล่องลอยและยิ้มให้ ชวนขนลุกมาก ก่อนที่บีจะฉุดแขนแนนวิ่งลงจากตึก พวกเรากลัวกันมาก และได้เล่าให้พ่อแม่ และเพื่อนบางคนฟัง แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันซักพักหนึ่งก่อนจะเงียบหายไป แต่สำหรับพวกเราแล้ว เราไม่เคยลืม เราเก็บมันไว้ในใจ และพยายามจะไม่เดินไม่เข้าห้องพยาบาล จนถึงทุกวันนี้

 

 

 

อีกคำถามที่อยู่ในใจ คือ เด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

และ อยู่ในห้องพยาบาลแห่งนี้ มานานเท่าไหร่แล้ว

 

แน่นอน พวกเราเชื่อว่า ที่พวกเราเห็น คือ วิญญาณ แน่ๆ ....

 

 

 

 

ติดตามบทความอื่นๆของ สยาม เอ็ดตะโร ได้ที่  [ www.siamedtaro.com ]

 

 

 

 

แชร์ เรื่องเอ็ดตะโร

บทความ เอ็ดตะโร ล่าสุด

เป็นกระเทย ที่แอบชอบ เพื่อนสนิท

7 วิธี ลองทำตาม รับรองเรียนเก่งแน่นอน

สิงคโปร์ยกเลิก “การสอบ” ให้เด็กโฟกัสการเรียนรู้ ไม่ใช่แข่งขัน

ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชายต้องบวชให้ได้อย่างน้อย 1 พรรษา

 

 

 

สนับสนุนโดย

สยาม เอ็ดตะโร

804 ซอยเพชรเกษม 88 แขวงบางแคเหนือ
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160

Email : siamedtaro@gmail.com
Phone : 08-5151-0100

Design By Webunique

แบบฟอร์มติดต่อเรา