มัธไลฟ์ ...ดนตรี ดีต่อใจ

 

ช่วงที่เราเรียนมัธยมเนี่ยมันจะเป็นช่วงเวลาที่เราได้ค้นพบความเป็นตัวเองจากเรื่องบังเอิญได้บ่อยๆนะ ถ้าสังเกตุดูดีๆ หลายๆคนกลายเป็นพ่อครัวหรือแม่ครัวไปเฉยๆได้จากการที่เวลาเพื่อนๆมาทำรายงานที่บ้านแล้วก็ไปประกอบอาหารให้เพื่อนกินเนี่ยแหละ ก็เลยพบว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบทำกับข้าวซะงั้น บางคนช่วงกีฬาสีโดนดึงออกไปเล่นกีฬาโดยไม่ตั้งใจ เล่นไปเล่นมากลายเป็นตัวโรงเรียนไปซะเฉยๆ ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ บางคนชอบจัดบอร์ดทำรายงาน ชอบพรีเซ้นงานก็ค้นพบตัวเองว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบทำงานในลักษณะการนำเสนอ เรียกง่ายๆก็คือก็ค้นพบตัวเองกันไป ฟินกันไปแบบไม่ตั้งใจ

 

หลายกิจกรรมในโรงเรียนที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้มาแจม มาสนุกสนานกันแบบเด็กๆนั้นแต่ละอย่างสามารถต่อยอดให้ชีวิตพวกเราได้แบบไม่น่าเชื่อจริงๆ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้เนอะ ผมเคยมีเพื่อนคนหนึ่งไม่ชอบการร้องเพลงเลยผมแทบไม่เคยได้ยินมันร้องเพลงเล่นให้ได้ยินมาก่อน มีวันนึงนักร้องนำในกิจกรรมงานดนตรีของโรงเรียนเกิดป่วย คอเจ๊งกระทันหัน ไอ้นี่ก็เลยโดนบังคับให้ขึ้นไปร้องแทน 1 เพลงเพราะมันร้องเพลงนั้นได้ ปรากฏว่าทำให้ทุกวันนี้กลายเป็นนักร้องกลางคืนไปเลย เพราะเหมือนกับว่ามีคนไปปูทางสว่างให้กับชีวิตมันซะงั้น ได้เจอตัวเองได้รวดเร็วก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตอย่างหนึ่ง

 

 

ฉบับนี้ัใจสยามเอ็ดตะโล เราจะมาพูดกันเรื่องของดนตรีนะครับ ย้อนกลับไปเมื่อสักสิบกว่าปีก่อนช่วงเวลาหนึ่งที่เด็กมัธยมรอคอยกันมาตลอดทั้งปีก็คือการประกวดดนตรีที่ชื่อว่า hotwave music award ซึ่งตอนนั้นมันเป็นเรื่องสนุกสนานมากๆเป็นกิจกรรมที่ดีจริงๆ สำหรับตัวผมเองนั้นขอบอกเลยว่านี่เป็นสุดยอดของกิจกรรมในระดับมัธยมศึกษา คือเราฝึกซ้อมดนตรีกัน หมั่นฝึกซ้อมกันมาตลอดทั้งปีเพื่อมาเจอกันในนามของตัวแทนโรงเรียนในการประกวดดนตรี ผมว่านี่เป็นเรื่องที่โคตรคลาสสิคเลย น่าเสียดายที่ทุกวันนี้ hotwave music award ได้จากเราไปแล้วแต่ก็ทำให้มีนักดนตรีดีๆขึ้นมาประดับวงการเพลงไทยขึ้นมาเยอะเลยแหละ แต่ถ้าสำหรับน้องๆที่ไม่ได้ประกวดดนตรีเพราะบางคนก็ค้นพบว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาเพื่อประกวด ซึ่งผมว่านี่ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องนะถ้าเราจะรู้ว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อประกวดเพื่อมาแข่งขันอะไรกันบางอย่างแล้ว เราก็ควรจะทะนุถนอมความรู้สึกเราไว้ แล้วนำมันออกมาใช้ในเวลาที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น หลายคนตั้งวงดนตรีกันขึ้นมา หลายๆคนก็เข้าชมรมดนตรี ก็เริ่มมาจากความบ้าเสียงเพลงเฉยๆ และก็เริ่มต้นจากการแกะเพลงง่ายๆ เพลงบ้าๆบอๆกัน แกะเพลงที่ง่ายสุดๆแกะเพลงขำขำๆเพลงที่ตลกๆ ความรู้สึกตอนเริ่มต้นพวกนี้มันมักจะแอบมีความจริงจังเพิ่มขึ้นทีละนิดทีๆโดยที่เราไม่รู้ตัว จากตอนแรกที่เราไม่ซีเรียสแกะเพลงเล่นกันขำๆแกะเล่นกันเล่นๆมันจะเริ่มแกะกันจริงจังมากขึ้น โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะความเป็นวัยรุ่นมันต้องการๆไปข้างหน้าไงไม่มีใครอยากจะเล่นเพลงเดิมซ้ำๆไปได้นานๆหรอก เหมือนชมรมดนตรีของโรงเรียน มันก็มักจะมีคนที่เก่งที่สุด เจ๋งที่สุด อยู่ในชมรมนั้นเสมอๆ แล้วก็จะมีมือสองที่คอยไล่จี้ คนที่เก่งสุดๆนั้นอยู่ตลอดเวลามันคือความคลาสสิคนะของช่วงมัธยม บางโรงเรียนที่น่ารักหน่อย และเข้าใจความเป็นวัยรุ่นมากๆก็มักจะมีการประกวดดนตรีของโรงเรียนเกิดขึ้นกันบ่อยๆ เรื่องเงินรางวัลนั้นคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอะไรสำหรับเด็กมัธยมหรอก แล้วโรงเรียนก็คงไม่มีให้เยอะแยะมากมายหรอกนะ แต่ความสนุกมันอยู่ตรงที่เวลาเราเห็นเพื่อนในห้องของเราขึ้นไปเล่นกีต้าร์อยู่ข้างบน แล้วห้องเราก็ต้องไปเชียร์กันใช่ไหม ส่งเสียงกันใช่ไหม ว่าเฮ้ย นี่มันวงของห้องเรา อย่างนู้นอย่างนี้มันสนุกตรงนี้แหละ การออกไปเต้นบ้าๆบอๆหน้าเวทีเพื่อให้เพื่อนเราเห็นว่าเราใส่ใจอ่ะอันนี้มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากเลยนะ มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆเลย

 

สำหรับน้องๆหลายๆคนที่คิดว่าการเล่นดนตรีเป็นสิ่งบันเทิงและนันทนาการมากๆเหมาะที่จะเรียนรู้ไว้ ก็ไม่ผิดนะครับ ก็มีนักจิตวิทยาหรือผู้ทดสอบอะไรมากมายในโลกนี้ให้คำยืนยันมาแล้วว่าการเล่นดนตรีช่วยพัฒนาสมอง ทำให้คนมีสมาธิและใจเย็นหรืออะไรก็แล้วแต่ น้องบางคนใช้เวลาในช่วงปิดเทอมไปเล่นดนตรีกันซึ่งอันนี้ผมถือว่าเป็นสิ่งดีมากๆนะ ถ้าเราจะปวดหัวกับการเรียนพิเศษในวิชาที่เป็นวิชาการมาทั้งวันแล้วมันน่าจะมีเวลาสักหน่อย แค่สักชั่วโมงนะที่ให้กับเรื่องที่ยกระดับจิตใจ เช่นดนตรีบ้างอ่ะ

ผู้หญิงเวลาเล่นกีต้าร์เท่จะตายหรือใครว่าไม่จริงแล้วจะเท่มากขึ้นถ้าเล่นเครื่องดนตรีที่ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงจะเล่น เช่นกลองชุด แบบที่เราเห็นตามยูทูปแล้ววัยรุ่นสมัยนี้มีความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม เล่นดนตรีได้เก่งมากขึ้นกว่าเดิมเพราะว่ามีเวทีไว้รองรับด้วย เวทีนั้นอยู่ในห้องนอนของตัวเราเองด้วย นั่นก็คือการ cover เพลงลง ยูทูปบางคนก็เริ่มจากการ cover เพลงบไปก่อน ดีดกีตาร์ร้องเพลงไป ก้มหน้าก้มตาร้องไปเรื่อยๆ หันมามองอีกทีมีคน follow เราเป็นพันเลยก็มี แล้วจะเอายังไงดีวะจะกลับตัวก็ไม่ได้จะเลิกเล่นก็คงไม่ทันแล้ว งั้นก็เล่นให้มันจริงจังไปเลยดีกว่าแบบนี้ ก็เห็นมีอยู่หลายๆคนนะตามยูทูปอ่ะ

 

 

 

 

บางคนที่เรียนรู้ไว แค่ถ้าช่วงเวลาในการปิดเทอมแค่ไม่กี่เดือนนั้นก็สามารถทำให้เล่นดนตรีเป็นเรื่องเป็นราวได้เลยทีเดียว เปิดเทอมมาอีกทีเพื่อนๆตะลึงงันกันว่า เห้ยมันเล่นดนตรีเป็นขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่เลยทีเดียว ก็อย่างที่บอกถ้าเราค้นพบทางของตัวเอง เจอทางของตัวเอง เจอสิ่งที่ตัวเองชอบ การเรียนรู้นั้นจะสนุกสนานและจะถูกต่อยอดออกไปได้แบบมากมายเลยทีเดียว

 

ถ้าผมจะนึกถึงข้อเสียของการเล่นดนตรี เอาตามตรงเลยนะผมนึกไม่ออกเลย ผู้ใหญ่หลายๆคนในยุคนั้นชอบตั้งคำถามกับเด็กวัยรุ่นว่า เล่นดนตรีไปแล้วมันจะเป็นยังไงเล่นแล้วมันได้อะไร คำถามบางอย่างอาจไม่ต้องการคำตอบเพราะคนที่เล่นดนตรีจริงๆจะมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วว่าเราเล่นทำไม เราเล่นเพื่ออะไร เราเล่นแล้วเราได้อะไรแต่สำหรับผมเองถ้ามีคนมาถามว่า เล่นดนตรีแล้วต่อไปจะเป็นยังไงหรอ ผมคงตอบได้ว่า ก็น่าจะเป็นคนดีแหละครับ …..

 

แล้วพบกันใหม่ในฉบับหน้านะ ครับสวัสดีครับ

 

 

Credit : บทความ จากนิตยสาร สยาม เอ็ดตะโร ฉบับที่ 6 [ www.siamedtaro.com ]

 

 

แชร์ เรื่องเอ็ดตะโร

บทความ เอ็ดตะโร ล่าสุด

อาถรรพ์ ศุกร์ 13 ... วันแห่งความโชคร้าย

คำถามต่างๆ เกี่ยวกับ กิจกรรมการติว DTAC Presents STEW WARS EP.7

เป็นกระเทย ที่แอบชอบ เพื่อนสนิท

7 วิธี ลองทำตาม รับรองเรียนเก่งแน่นอน

 

 

 

สนับสนุนโดย

สยาม เอ็ดตะโร

804 ซอยเพชรเกษม 88 แขวงบางแคเหนือ
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160

Email : siamedtaro@gmail.com
Phone : 08-5151-0100

Design By Webunique

แบบฟอร์มติดต่อเรา