ฉายาอาจารย์ สุดที่รัก

 

2-3 วันก่อนได้ไปเดินเล่นในห้างฝั่งธนห้างหนึ่ง พี่ก็เดินดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ เห็นน้องๆม.ต้น ม.ปลาย เดินกันไปมาในห้าง เห็นแล้วก็รู้สึกเหมือนเห็นภาพตัวเองในตอนเด็กๆย้อนกลับขึ้นมา ก็รู้สึกดีนะเหมือนมองอะไรเป็นภาพขาวดำอยู่แป๊บนึงอ่ะ 555 ช่วงที่กำลังมองอะไรไปเรื่อยๆ ก็มองเห็นน้องๆกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันอยู่ จู่ๆน้องผู้ชายคนหนึ่งก็เรียกน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่งในกลุ่มว่าเห้ย ประจักษ์ ผู้หญิงคนนั้นหันหน้ากลับไปแล้วก็คุยกัน คือ พี่รู้ได้ทันทีเลยว่าประจักษ์ มันคือ ชื่อพ่อของเธออย่างแน่นอน นี่คือความสนุกสนานของชีวิตวัยเรียนอย่างนึงนะ การได้ล้อชื่อพ่อชื่อแม่เนี่ยมันสนุกจริงๆ หันไปหันมาเห็นน้องอีกคนหนึ่งเรียกชื่อเพื่อนอีกคนหนึ่งว่าไอ้อับ อับเฉาแน่นอน พี่ดูทรงแล้วนี่คงจะเป็นฉายาอย่างแน่นอน และจงจำไว้เลยนะ ไอ้ฉายาบ้าๆบอๆ แบบนี้มันจะกลายเป็นชื่อจริงของเราไปในอนาคตเลยแหละ คือเรียกกันจนลืมชื่อที่พ่อแม่ตั้งกันเลย 555

 

 

งั้นเราลองมาดูเรื่องของฉายากันดีกว่า ...

 

 

 

 

 

ฉายาระหว่างกันของเพื่อนในห้องเรียนมันเป็นเรื่องธรรมดาๆมากแทบจะทุกคนต้องมีฉายากันอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณครูหรืออาจารย์คนไหนมีฉายาให้จำเอาไว้ว่า ฉายาแบบนั้นได้ผ่านการแล้วเรียกกันมารุ่นต่อรุ่นหลายปีเลยทีเดียว หลายๆคน หมายถึงหลายๆอาจารย์มีฉายาเดิมที่เรียกกันมามากกว่า 10 ปีด้วยซ้ำ ถามว่าการใส่ฉายาให้กับอาจารย์บางท่านนั้นเป็นเรื่องที่เลวทรามหรือไม่ อันนี้พี่ก็ตอบไม่ได้นะ มันอยู่ที่เจตนาของเราในการเรียกอาจารย์ท่านนั้น ถ้าเรียกแบบจิกคุณครูหรืออาจารย์ให้อยู่ลงมาในระดับเดียวกับเราหรือต่ำกับเรา เอาจริงๆพี่ไม่ชอบเลย มันไม่น่ารัก คือมันไม่ดีอ่ะน้องๆ ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ดีใช่ปะ แต่ถ้าฉายาอะไรที่เราเรียกเขาหรือตั้งให้โดยที่ท่านอาจารย์ท่านนั้นไม่ได้เสียหาย หรือได้ยินแล้วขำๆกันไป พี่ว่าก็ดีนะสนุกดีแล้วถ้าอาจารย์ได้ยินก็คงไม่โกรธมากหรอก หรืออาจจะโกรธจริงวะอันนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้ว

 

 

ตอนพี่เรียนอยู่ม.ปลายมีอาจารย์ท่านหนึ่งทำทรงผมทรงเอลวิส คือ จอนแบบขาแกะอ่ะ นึกออกหรือเปล่าอันใหญ่ๆ อยู่ข้างหูทั้งสองฝั่งแล้วยังปั้นผมเป็นก้อนๆ แบบว่า คือเลิกเรียนแล้วอาจารย์ไปเล่นคอนเสิร์ตต่อกันเถอะครับ ผมขอเลย แล้วแกมาแบบนั้นทุกวันจริงๆ หาได้แคร์สายตาคนอื่นไม่ ถ้าอยู่ในยุคเราถือว่าเป็นอาจารย์ที่มีแนวทางเป็นเด็กแนวนั่นเอง พวกเราก็จะเรียกเขาว่าเอลวิสๆ เราก็เรียกเล่นๆไปแบบนั้นแหละจนวันนึงมันมีงานโรงเรียน อาจารย์ท่านก็ขึ้นไปร้องเพลงเอลวิสแล้วใส่ชุดเอลวิสอ่ะ โป๊ะเช๊ะ มากๆ  คือฟินกันทั้งโรงเรียนจริงๆ 555

 

 

 


แล้วก็มีอาจารย์อีกท่านหนึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษซึ่งเค้าจะทำตัวเหมือนเค้าเป็นหุ่นยนต์มากๆคือ นิ่งหลังตรงๆ สอนแบบเป็นทางการตลอดเวลา ไม่มีการนอกบทเรียนเลยเราเลยเรียกอาจารย์ว่า อาจารย์โรบอท คือ เหมือนแกโปรแกรมตัวเองก่อนออกจากบ้านทุกเช้าอ่ะ ถามว่าผิดไหม ไม่ผิดนะ เพราะพวกเราทุกคนก็รักแกนั่นแหละแค่รู้สึกว่าเออแฮะแกก็แปลกดีเหมือนกัน


แต่ในสายตาของอาจารย์แต่ละคนใครจะไปรู้แกก็อาจจะตั้งฉายาให้พวกเราแต่ละคน แล้วไปคุยกันเองในกลุ่มอาจารย์ก็ได้จริงหรือเปล่า อย่าเพิ่งกำแหงกันไปเพราะฉายาที่อาจารย์ตั้งให้พวกเราน่าจะบัดซบมากกว่าที่เราตั้งให้อาจารย์แน่ๆอ่ะ อย่างพี่ตอนนั้นอาจารย์เรียกว่าไอ้แห้ง สะเทือนใจมากคำนี้เวลาใครเรียกพี่ว่าไอ้แห้งแต่ละครั้ง คือ จะรู้สึกว่าข้าวกลางวันในโรงอาหารวันนั้นจะต้องถูกสั่งเพิ่มเป็นสองจาน อารมณ์แบบกินประชดชีวิตอ่ะ คือตอนเช้าผอม แต่ขึ้นเรียนตอนบ่ายกูต้องอ้วนให้ได้ เหอๆๆ

 

อาจารย์บางท่านอยู่ในระดับแอดวานซ์กว่า คือเพิ่งถูกย้ายมาสอนในโรงเรียนเรา เข้ามาวันแรกก็สามารถมีฉายาได้เลย อาจจะด้วยหนึ่งแกโด่งดังมากจนได้ฉายาเดิมจากโรงเรียนเก่าเข้ามาใช้ในโรงเรียนใหม่ได้ในทันที หรือด้วยบุคลิกลักษณะของแกทำให้ภายใน 24 ชั่วโมงแรกในการสอนของโรงเรียนนี้ก็สามารถกำเนิดฉายาใหม่ให้แบบฟ้าประทานได้ในทันที แต่ทั้งหมดทั้งปวงแล้วเรื่องของอาจารย์ที่จะมีฉายาหรือไม่มีฉายานั้นมันแทบจะไม่มีความสำคัญอะไรเลย จนกว่าพวกเราจะเสือกเผลอเรียกอาจารย์ด้วยฉายานั้นไป ใช้อารมณ์แบบเดียวกันกับการพูดลับหลังอ่ะ แต่นี่คือต่อหน้าโดยไม่รู้ตัว ฟิวนั้นแม่งคงแย่มากแน่ๆ ความรู้สึกเหมือนโดนตำรวจจับอ่ะ จับแบบซึ่งหน้าเลยด้วยนะ จากบรรยากาศการสอนที่ดีๆ บรรยากาศการพูดคุยดีๆ มันจะเปลี่ยนไปภายในช่วงเวลาฟ้าแลบเลยแหละ ยังไงก็ต้องพยายามดูแลรักษาน้ำในสมองของตัวเองไว้ให้ดีๆ นะ อย่าเบลอมาก พี่เป็นห่วง 555


แต่ยังไงแล้วก็อยากให้น้องจำไว้อย่างนะว่าอาจารย์หรือคุณครูของพวกเราในชั้นมัธยมนั้นเป็นคนที่ดีและมีความจริงใจกับพวกเราแบบสุดๆไปเลยอ่ะ คือมันหายากกับความสัมพันธ์แบบนี้ ไว้วันนึงอีกไม่นานนี้แหล่ะเมื่อน้องเรียนมหาลัยกันแล้ว น้องๆจะโหยหา จะคิดถึงคุณครูบางท่าน จะคิดถึงฉายาเก่าๆของอาจารย์บางคน จะคิดถึงท่าเดิน หรือเสียงของแกเวลาตะโกนด่าพวกเรา จะคิดถึงห้องพักครู และจะคิดถึงอีกหลายๆ อย่างเลย เพราะชีวิตของพวกเรามันต้องเติบโตต่อไป การสนุกสนานไปด้วยในขณะที่ศึกษาหาความรู้ไปด้วยนั้น มันมีอยู่ไม่นานหรอกครับ

 

ยังไงตอนนี้ถ้าน้องๆว่างๆ กันลองรวมตัวกัน กลับไปหาอาจารย์บางคนที่พอเราหลับตาแล้ว เราสามารถนึกฉายาของอาจารย์ท่านนั้นได้เลยในทันทีสิ นั่นแหละอาจารย์ท่านนั้นแหละ ถ้าว่างแล้วก็จงไปหาท่านกันเลยนะ


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความโดย ทีมงาน สยาม เอ็ดตะโร  [ www.siamedtaro.com

 

 

 

แชร์ เรื่องเอ็ดตะโร

บทความ เอ็ดตะโร ล่าสุด

เป็นกระเทย ที่แอบชอบ เพื่อนสนิท

7 วิธี ลองทำตาม รับรองเรียนเก่งแน่นอน

สิงคโปร์ยกเลิก “การสอบ” ให้เด็กโฟกัสการเรียนรู้ ไม่ใช่แข่งขัน

ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชายต้องบวชให้ได้อย่างน้อย 1 พรรษา

 

 

 

สนับสนุนโดย

สยาม เอ็ดตะโร

804 ซอยเพชรเกษม 88 แขวงบางแคเหนือ
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160

Email : siamedtaro@gmail.com
Phone : 08-5151-0100

Design By Webunique

แบบฟอร์มติดต่อเรา